thailandfestival2011

วีฟว่า! (Viva!) วีฟว่าศิลปินป๊อบโอเปร่าวงแรกและวงเดียวของประเทศไทย

 

วีฟว่าศิลปินป๊อบโอเปร่าวงแรกและวงเดียวของประเทศไทยอันเป็นผลงานสร้างสรรค์ของโปรดิวเซอร์จากแอฟริกาใต้โคลิน  ลอว์ (Colin Law) โดยศิลปินทั้ง 5 คนที่ผ่านการฝึกร้องเพลงและถ่ายทอดบทเพลงคลาสสิคยอดนิยมของนักประพันธ์เพลงมากมาย เช่น จอร์จ          โกรแบน  (Josh Groban), อิล ดิโว่ (Il Divo) และ ลิบิอาโม (Libiamo)จากละครโอเปร่าเรื่อง ลา ทราเวียต้า (La Traviata)  รวมถึงวงดนตรีร็อคคลาสสิคอย่าง ฟอเรนเนอร์ (Foreigner) และวงควีน (Queen) เป็นความสำเร็จใหม่ในวงการดนตรีแนว pop opera และยังเป็นวง pop opera วงแรกที่มีการรวมตัวกันตั้งแต่แรกเริ่มโดยมีต้นกำเนิดเริ่มต้นในประเทศไทย

VIVA! (Thailand’s first and only Popopera Voice Band)

 

Five attractive young Thai singers all from Bangkok, impeccably classical trained but with a contemporary edge ……Classical with a Pop feel!  VIVA! has an unprecedented palette of repertoire ranging from the songs made well-known by the classical crossover greats such as Josh Groban and Il Divo to light opera such as Libiamo  and the rock classics of Foreigner and Queen.

Nantida Kaewbuasai (นันทิดา แก้วบัวสาย)

จากประสบการณ์โลดแล่นอยู่ในโลกบันเทิงมากว่า 25 ปี นันทิดา แก้วบัวสาย ถือได้ว่าเป็นนักร้องหญิงที่เป็นขวัญใจคนไทยมากที่สุดคนหนึ่ง ด้วยรางวัลและความสำเร็จนับไม่ถ้วนอันเนื่องมาจากเสียงร้องเพลงที่แสนจะไพเราะ ประกอบไปด้วยทักษะด้านการแสดงระดับแนวหน้า นันทิดาเป็นเจ้าของรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ดารานำฝ่ายหญิง ยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง”สายใจ”รางวัลสีสันอวอร์ดสาขา “นักร้องหญิงยอดเยี่ยม” ปี 2534 รางวัลผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากละคร กรุงเทพฯราตรี สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และรางวัลบุคคลที่แต่งตัวดีแห่งปี Best Dress จาก OK! Awards 2010

นันทิดาถือว่าเป็นนักร้องที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นเพลงป๊อปหรือเพลงลูกทุ่ง ในส่วนของงานเพลงลูกทุ่งนั้นเธอก็ทำได้ดีเยี่ยม โดยได้คว้ารางวัลนักร้องลูกทุ่งหญิง ยอดเยี่ยมจากเพลง “ข้อยเว้าแม่นบ่” มาแล้ว อีกทั้งรางวัลนักร้องแผ่นเสียงทองคำ พระราชทานในเพลงเดียวกันอีกด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอได้มาถึงจุดอิ่มตัวกับสายงานเพลงลูกทุ่ง จึงได้เปิดโอกาสรับความท้าทายใหม่กับแกรมมี่ โดยออกอัลบั้มแรกชื่อว่า “นันทิดา 27” และเพลง “ดีเจเสียงใส”ของเธอก็โด่งดังไปทั่วประเทศนับแต่นั้นมา

การแสดงสดของเธอเป็นความบันเทิงชั้นยอดและคอนเสิร์ตทั้งหลายก็มักจะเชิญนันทิดาให้ไปร่วมสร้างสีสัน ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตของเบิร์ด ธงชัย หรือคอนเสิร์ต Devils & Divas Comedy ซึ่งคัดเลือกเฉพาะนักร้องหญิงระดับแนวหน้าของประเทศเท่านั้น

Nantida Kaewbuasai

Having been in the entertainment business for over 25 years, Nantida is no doubt one  of the most loved divas inThailand. She has won countless awards and recantations for her great singing voice and acting skill, including golden Supannahong Award for her Best Leading Actress from a movie Sai Jai, Season Award for Best singer in 1991, Star Entertainment Award  for Best Supporting Actress in 2007, and Best Dress from OK! Awards last year, to name but a few.

Loved for her ability to perform magically well in pop music, she actually spent a part of her career focusing on Thai country music, which she did well by winning Best Country Singer for her country song “Koi Wao Maen Bor” as well as Golden disc Awards for same song in 1983. After a while, she decided she has gained enough experience from the country music business and moved on to another challenge by moving to GMM Grammy. Her first album with the music house was “Nantida 27”, which saw the song “DJ Siang Sai” in Thailand ‘s top music charts in no time.

Her concerts have always been a great success and no major concert is complete without her appearance. She has been the guest of choice for Thailand‘s pop star Thongchai “Bird” Mclntyre in many of his concerts. She was recently in the Devils & Divas Comedy concert, which invited only Thailand’s top-ranked divas, and amazed the audience with her voice, her charms and her elegance

Hibiki

  ฮิบิกิเป็นคำภาษาญี่ปุ่นหมายถึงเสียง,ความสามัคคีและการรวมกันในการหลอมรวมของ วัฒนธรรมดั้งเดิมที่ใช้ดนตรีประเภทเครื่องสายญี่ปุ่น,โคโตะและขลุ่ย,ฮิบิกินำเสนอการแสดงดนตรีใน รูปแบบของการแสดงละครจากยุคสมัยเก่าที่มีความคลาสสิกจนกระทั่งสมัยใหม่แม้กระทั้งใน รูปแบบดนตรีแบบฉบับป๊อปและแจ๊ส

สมาชิกของวงฮิบิกิประกอบด้วยสมาชิกวงคือ ฮิโรชิ มัทสุชิมา (ขลุ่ย), โนริโกะ ทซึโบอิ (โคโตะ /17-string โคโตะ)พร้อมด้วยเคอิโกะ ซูซูกิ (โคโตะ)

Hibiki

Hibiki is a Japanese word meaning sound, harmony, and unification.In a fusion of traditional Japanese string instruments, koto, and flute, Hibiki presents a unique and flexible repertoire from classic to modern, even pops and jazz.

Hibiki members are Hiroshi Matsushima (flute), Noriko Tsuboi (koto/17-string koto), and Keiko Suzuki (koto).

Frans Bloem  (ฟรานส์ บรูม)

            ฟรานส์ บรูม เกิดที่ฮอลแดลนด์ แต่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นิวยอค์มา 33 ปี เขามีชื่อเสียงจากการถ่ายทอดบทเพลงของชาร์ลส์ อัซนาวูร์ ซึ่งอนุญาติเป็นการส่วนตัวให้ฟรานส์นำเพลงของเขาไปร้องได้ เขาเดินทางไปตามประเทศต่างๆ เพื่อถ่ายทอดบทเพลงและสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมมากกว่า 50 ประเทศ คุณภาพชนิดที่หาตัวจับได้ยากของเขา ในฐานะผู้ให้ความบันเทิงไม่ได้ทำให้เขาเป็นแค่เพียง นักร้องเสียงทอง เท่านั้น แต่ยังช่วยทำให้การแสดงของเขาเกิดมิติพิเศษ ที่ทำให้เขาสามารถสื่อสารกับผู้ชมได้อย่างเต็มที่

            บรูมได้รับรางวัลจากนิวยอร์คบิสโตรในฐานะนักร้องคาบาเรท์ผู้มีความสามารถโดดเด่นเมื่อปี 2002 ทางคาบาเรท์ ซีนส์กล่าวถึงเขาไว้ดังนี้ ด้วยความลึกซึ้งที่ดึงดูดผู้ฟัง ด้วยการเคลื่อนไหวและแสดงออกที่พอเหมาะและด้วยการบรรยายแบบน้อยคำ ฟรานส์ให้บทเพลงเป็นตัวถ่ายทอดเองซึ่งแสดงออกมาด้วยพลังและความบันเทิง

 

Frans Bloem

 

          Frans Bloem was born in Holland, but has been a resident of New York for 33 years. He is famed for excellent interpretation of chansonnier Charles Aznavour, who personally allows him to sing his song. Frans has traveled to more than 50 countries, entertaining audiences with great success. His exceptional qualities as an entertainer not only make him “that singer with a beautiful voice” but also give his performance an extra dimension that allows him to communicate in an intense way with his public.

          In 2002 Bloem received the New York Bristro Award for outstanding cabaret vocalist. Cabaret Scenes say of him, “with a passion that binds the audience to him, with spare movement and expressions, and with minimum narrative, Frans lets the songs communicate for themselves – and they do, with power and pleasure.”

 

Garth Taylor (การ์ธ เทย์เลอร์ จากซิมบับเว)

การ์ธ เทย์เลอร์ ศิลปินหนุ่มผู้ซึ่งแต่งเพลงและทำเพลงออกมาจากจิตวิญญาณและสื่อตัวตนที่แท้จริง สิ่งที่สำคัญเขาเชื่อว่าดนตรีคือภาษาสากลที่ไร้พรมแดน ที่สามารถถ่ายทอดบทเพลงและท่วงทำนองเหล่านั้นออกสู่ผู้ฟัง เขาเป็นศิลปินผู้มากฝีมือและแถมพรสวรรค์ที่หลากหลายคงจะเป็นคำบรรยายที่ดีที่สุดที่ใช้เรียกศิลปินร่วมสมัยผู้นี้  ดังนั้นเขาจึงมีโอกาสเริ่มต้นในการทำอัลบั้ม Streipped Downsoul’dOut ในปี 2009  ซึ่งเป็นอัลบั้มนี้สื่อถึงตัวตนของเขาอย่างชัดเจน  เขาได้แสดงดนตรีต่อหน้าผู้ฟังอย่างล้นหลาม ชวนนึกถึงการเปิดตัวเพลงแรกอย่าง ‘’why’’ ซึ่งเคยขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่ง 5 สัปดาห์ติดต่อกัน และเพลงคลาสสิคอย่าง “Only with you” ก็เคยขึ้นอันดับหนึ่งของ capetown chart ติดต่อกันเป็นเวลาถึง 6 สัปดาห์

การ์ธเคยร่มงานกับศิลปินชื่อดังวงอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น Simply Red, Shaggy, Jonathan Butler and the late Brenda Fassie  หลังจากนั้นชีวิตศิลปินของการ์ธได้ขึ้นจุดสูงสุดหลังจากย้ายไปอยู่ โยฮันเนสเบิร์ก เขาได้สร้างวงดนตรีชั้นเยี่ยมกับศิลปินที่เขาเคยร่วมแสดงใน อเมริกาใต้และต่างประเทศ การอุทิศตนและประสบการณของการแสดงคอนเสริต์ของการ์ธทำให้เขาปรากฏตัวอย่างยิ่งใหญ่บนเวที 

Garth Taylor

Garth believes that music is a universal language that knows no boundaries. Multi-talented is the word that best describes this adult contemporary artist. Taylor writes his own music and lyrics. He has co produced his 2009 album Stripped Down Soul’d Out. This album sees Taylor going back to his roots. He will focus on creating music that is true to his soul and reminiscent of his debut single, “Why”. “Why” remained at number 1 for five consecutive weeks and is now a classic.

Garth has shared the stage with industry greats, both local and international, such as Simply Red, Shaggy, Jonathan Butler and the late Brenda Fassie having relocated to Johannesburg from Durban. He has created a first-class band with whom he performs around South Africa and abroad. Garth’s dedication and experience give him tremendous presence on stage.

วงทริโอสาวสวยเครื่องสายจากบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ประกอบด้วยสามสาวที่เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและความสามารถอันน่าทึ่ง จากเพลงคลาสสิกธรรมดาให้กลายเป็นคลาสสิเคิลป็อปสุดฮิตได้ ด้วยเครื่องสายไฟฟ้าอันทันสมัยของพวกเธอ พวกเธอเคยเล่นคอนเสริต์ในประเทศสหรัฐอเมริกามาแล้ว  Maske ได้รับความนิยมล้นหลามทั้งในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ อัลบั้ม Hot arrangements ได้รวบรวมซิลเกิ้ลคลาสสิคของนักแต่งเพลงชื่อก้องโลก อย่าง Vivaldi, Mozart and Bach แต่แต่งเติมความหวือหวาแบบ Maske ได้อย่างมีสไตล์

 

Maske Electric Strings Trio

 

From Brisbane, Australia, Maske Electric Strings Trio – this beautiful, young, all female group perform classical pop music on the most modern of stringed instruments, electric strings developed by Yamaha. Maske are hugely popular in both Australia and New Zealand. Their music – hot arrangements of some of the famous classic composers – Vivaldi, Mozart and Bach – with a zing! They have performed in America but have never visited South East Asia.

 

 

 

 

Lisa Lavie

(ลิซ่า ลาวี จากแคนาดา)

 

นักร้องและนักแต่งเพลงสาวชื่อก้องชาวแคนาดา ลิซ่าเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่บนหน้าจอทีวีทั่วประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกา เธอได้เดินสายเปิดการแสดงในอเมริกาใต้มาแล้ว ลิซ่าเปิดตัวด้วยอัลบั้มแรกชื่อ “Everything or Nothing”  ในปี 2008 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้มหลามในโลก       ไซเบอร์ ด้วยยอดดิจิตอลดาวน์โหลดผ่าน iTunes สูงจนติดอันดับ เธอยังได้รับ เกียรติให้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ทำเงิน อย่างเรื่อง The Guardian ที่นำแสดงโดยเควิน คอสเนอร์ และ แอสตัน คุชเชอร์ ซึ่งเธอได้ถ่ายทอดบทเพลงThe Mockingbird ไว้อย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ เพลงในอัลบั้มแรกของเธออย่าง “If I Only Knew” ยังได้รับคัดเลือกให้ประกอบภาพยนตร์คอมเมดี้สุดฮิตเรื่อง Stick It เช่นเดียวกับภาพยนตร์เรื่อง Everything Or Nothing ด้วย หลังจากที่เธอโชว์ความสามารถอันโดดเด่นจนได้ลงในคอลัมน์ “Hitmakers” ของนิตยสาร BMI เธอก็เดินสายออกรายการโทรทัศน์ทั่วโลก ตั้งแต่ Entertainment Tonight, eTalk, CNN Newsroom, Canada AM และรายการ ABC World News with Diane Sawyer ไม่ว่าจะครั้งใดที่ลิซ่าปรากฎกายบนเวที ผู้ชมจะต้องทึ่ง และเต็มอิ่มไปกับน้ำเสียงอันทรงพลัง ความฝันและจิตวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ในทุกท่วงทำนอง

 

Lisa Lavie

 

From Quebec, Canada, singer / songwriter Lisa Lavie has received national television coverage in Canada and the USA and toured in several venues in South America. Lisa released her debut album “Everything or Nothing” in 2008. Lisa’s online popularity translated naturally to strong digital sales on iTunes. Lisa’s vocals were featured on two popular film soundtracks: in the Kevin Costner-Ashton Kutcher blockbuster The Guardian with her silky and soulful interpretation of “The Mockingbird,” and in the Jeff Bridges comedy-drama Stick It with the raw emotionality of “If I Only Knew” that is also featured on Everything Or Nothing.  After several features in the “Hitmakers” section of BMI Magazine, Lisa appeared on various national television programs, including Entertainment Tonight, eTalk, CNN Newsroom, Canada AM and ABC World News with Diane Sawyer. Lisa was personally selected by Yanni as a lead vocalist for his 2011 World Tour. Lisa now stuns audiences from around the world with her vocal power, passion and soul.